วันพุธที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2560

ครึ่งไร่...หลังเกษียณ

มีพื้นที่ไม่มาก....แต่อยากปลูก

ฝัน...หวาน ๆ ผักหวานป่า
  เริ่มต้น...นำเมล็ดมาเพาะ  และลงดินปลูก  จำนวน 200 เมล็ด
โดยใช้วิธีการ   
นำเมล็ดผักหวานป่าแก่จัด  เลือกเมล็ดที่สมบูรณ์  แช่น้ำไว้ 1 คืน
จากนั้น  เตรียมกระบะทราย  สูง ๆ ไม่น้อยกว่า 6 นิ้ว (เนื่องจากรากผักหวานป่า จะยาวเร็วมาก)
หลังจากนั้น  นำเมล็ดผักหวานป่ามาเรียงกัน  ให้ห่างกันเล็กน้อย  นำผ้าคลุมไว้ และรดน้ำให้ชุ่ม (เช้า-เย็น) ทิ้งไว้ประมาณ 10-15 วัน  จะสังเกตเห็นรากเริ่มงอก  (เตรียมลงดินได้เลย)
การปลูก  ใช้ไม้  หรือเหล็กแหลม ยาวประมาณ 12 นิ้ว  แทงลงไปในดินวนเป็นทำเป็นหลุม นำเมล็ดผักหวานส่วนที่เป็นราก....ลงในหลุม  บีบ  โคนให้แน่น  (จากนั้นนำตะกร้าหรือวัสดุ คลุมไว้เพื่อกันแสงแดด)
เคล็ดลับ  การปลูกผักหวานป่า  ควรปลูกพืชพี่เลี้ยงก่อน รอให้พืชพี่เลี้ยงโต สักระยะ จึงปลูกผักหวานตาม  (พืชพี่เลี้ยงผักหวานป่าที่นิยม  ได้แก่ ต้นแค ชะอม หรือพืชตะกูลถั่ว  เนื่องจากผักหวานป่า เป็นพืชที่ใช้รากหาอาหารจากพืช ใกล้เคียง 

ผักหว่านป่า   อายุ 1 ปี  จาก 200 ต้น  เหลือ  100 ต้น

หนึงปี  โตได้เท่านี้...
พืชพี่เลี้ยง.....

ขนุน  เพชรดำรงค์

ขนุน  เพชรดำรงค์

กล้วย  ปากช่อง 105

ชะอม  100 ต้น 
ปลูกเป็นร่มให้ผักหวานป่า

เป็นร่ม  เป็นรั้วด้วย

กล้วย  ปากช่อง 105 จำนวน 7 ต้น

มะยงชิด 2 ต้น

ขนุนทวาย(รอดหรือเปล่า)

วันอาทิตย์ที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556

เมนูสุขภาพใส่บาตรตอนเช้า

วันนี้  18 พย.56
วันนี้ตื่นเช้ากว่าทุึกวัน  เพราะตั้งใจว่าจะทำขนมบัวลอยไข่หวาน และทำกับข้าวใส่บาตรพระตอนเช้า เมื่อวานไปซื้อวัตถุดิบเตรียมไว้  สำหรับปรุึงเมนู “แกงมะระใ่ส่เต้าหู้” และ “แกงจืดยอดตำลึง-ฟักข้าว เต้าหู้อ่อน”
ลืมตาขึ้นมา  กิจวัตรแรก  คือเสียบปลั๊กต้มน้ำร้อน ขอกาแฟดำก่อน 1  แก้ว
หลายวันก่อน พี่ชายหมู่บ้านใกล้ ๆ ปลูกมะระจีนไว้ 1 ไร่ กำลังผลิดอก ออกผล เยอะมาก ปรากฎว่า ฝนเกิดเทลงมาแบบไม่ลืมหูลืมตา ตกทั้งวันทั้งคืน สร้างความเสียหายกับไร่มะระ ที่ผลผลิตกำลังเติบโต เน่าเสียหาย ผลมะระจีนกำลังอ่อน ๆ ยังไม่ได้ขนาดเก็บขาย ต้องเก็บเอามาแจกเพื่อนบ้าน พี่น้อง เราเลยได้อานิสง ไปด้วย หลังจากทำเมนูมะระ ไปแล้ว หลายเมนู คิดว่า “แกงมะระใส่เต้าหู้” วันนี้ คงเป็นเมนูสุดท้ายแล้วละ เพราะมะระจีนหมดแล้ว
วัตถุดิบ  เตรียมไว้แล้วจึงใช้เวลาไม่นานในการปรุง
มะระจีน / เต้าหู้แผ่น(แทนเนื้อหมู) / พริกแกงเผ็ด / กะทิสด / เกลือ / น้ำตาลทราย(แทนผงชูรส) / น้ำมะขามเปียก
ใส่หัวกะทิ + พริกแกง ตั้งไฟ ให้กะทิแตกมัน เต็มเต้าหู้ มะระ เติมกะทิส่วนที่เหลือ ตั้งทิ้งไว้ให้เดือด ชิมก่อนปรุงรสตามใจชอบด้วย  เกลือ น้ำตาลทราย(แทนผงชูรส) และน้ำมะขามเปียก เสร็จแล้วยกลง ก็ได้แกงมะระเต้าหู้ที่แสนอร่อย
เมนูที่สอง แกงจืดยอดตำลึง-ฟักข้าว
ที่เป็นผักสองอย่างนี้ เพราะเก็บจากรั้วข้างบ้าน เฉพาะยอดตำลึง ดูเหมือนผักจะน้อยไปนิดนึง พอดี หันไปฟักข้าว ออกยอดไสว น่าทานจัง  เลยเก็บมาแกงจืดปนกับยอดตำลึง ผักสองอย่างนี้ กลิ่นรสชาด เหมือนกันเด๊ะ คุณสมบัติ และคุณค่าทางอาหารก็ใกล้เคียงกัน  อร่อยอย่างไทย ๆ มีคุณค่าของผักสีเขียว
เอาละ  เริ่มลงมือปรุง
ผัก ยอดตำลึง-ยอดฟักข้าว เด็กเอาแต่ส่วนยอดและใบอ่อน / เต้าหู้อ่อน / ซีอิ้วขาว / เกลือ / น้ำตาลทราย(แทนผงชูรสและซุปก้อน หรือผงปรุงรส)
ตั้งน้ำสะอาดให้เดือด เติมซีอิ้ว/น้ำตาลทราย เล็กน้อย ใส่เต้าหู้อ่อน ชิม และปรุงรสตามชอบ แล้วเติมผัก ยกลง (สุดยอดเมนูสุขภาพเชียว)
เสร็จสองเมนู  แล้วมองนาฬิกา เวลายังเหลือเยอะเลยหันมาทำขนมบัวลอยไข่หวาน (มีไข่ไก่ที่เหลือจากการขาย เพราะฟองเล็กไม่ได้ขนาดเก็บไว้ในตู้เย็นหลายฟอง) เอาละไปเอาแป้งข้าวเหนียวมา ปัจจุบันนี้จะทำขนมแต่ละครั้งสะดวกมาก หากเป็นสมัยก่อนต้องเอาข้าวเหนียวมาแช่น้ำ ก่อนเอามาโม่ เอามานวด โอ๊ย  หลายขั้นตอนกว่าจะได้กินขนมอร่อย ๆ  เดี๊ยวนี้แค่เอาผงแป้งข้าวเหนียวมานวดกับน้ำสะอาด ให้เหนียวนุ่ม ปั้นได้ ก้อใช้ได้แล้ว
ตั้งน้ำให้เดือด เอาแป้งที่นวดเมื่อกี้ ปั้นเป็นก้อนกลม ๆ เล็ก ใส่หม้อที่น้ำกำลังเดือด พล่าน จนแป้งสุก สังเกตก้อนแป้งจะลอยขึ้นมาเหนือน้ำ ตักออกแช่น้ำเย็นทิ้งไว้
เตรียมส่วนที่เป็นไข่หวาน  
กะทิที่แบ่งไว้  จากการทำแกงมะระเมื่อสักครู่   แยกส่วนที่เป็นหัวกะทิไว้ตางหาก
นำกะทิ  ตั้งไฟ เติมน้ำตาลทราย ชิมให้ได้รสชาดความหวานตามที่ต้องการ (ให้หวานกว่าปกตินิดนึงเผื่อความหวานไว้สำหรับเติมไข่ไก่ และแป้งบัวลอย เพราะหากใส่สองอย่างแล้วจะทำให้ความหวานลดลงนิดนึง) ไฟไม่ต้องแรง พอเืดือด ตอกไ่ข่ใส่ ตามต้องการ ไม่ต้องคน ปล่อยให้เดือดจนไข่สุก เติมแป้งบัวลอยที่ต้มไว้แล้ว  เท่าีนี้ก็ได้ขนมบัวลอยแสนอร่อย รสชาดตามที่เราต้องการ
เสร็จแล้ว เวลา 06.40 น. ตรียมตักใส่ถุง  จัดชุดใส่บาตร ตอนเช้า
ไม่ลืมอธิฐานจิต  กุศลจากการตั้งใจใส่บาตรเช้านี้ อุทิศให้ พ่อ-แม่ ปู่-ย่า ตา-ยาย ญาติผู้ล่วงลับ เจ้ากรรมนายเวรทั้งหลาย สิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายที่ปกป้องคุ้มครอง ขอให้ทุกคนมีความสุข อย่าได้ลำบากเดือดร้อนใด ๆ เลย ขอให้เจ้ากรรมนายเวรอภัยในความผิดในอดีตของข้าพเจ้าด้วย สาธุ.../

วันอาทิตย์ที่ 3 มีนาคม พ.ศ. 2556

รวมสูตรแปรรูปผลไม้ั


กล้วย

กล้วยน้ำว้าแผ่นกรอบ

ส่วนประกอบ   

เนื้อกล้วยน้ำว้า (สุก)         1000       กรัม

แป้งสาลี                          100       กรัม

น้ำตาลทรายขาว                 30       กรัม

น้ำสะอาด                       1000       กรัม

โซเดียมเมตาไบซัลไฟท์           1       กรัม
น้ำเกลือเข้มข้นร้อยละ 5           1       ลิตร

กรรมวิธี          

1. ล้างน้ำ ปอกเปลือก แช่ผลกล้วยในน้ำเกลือร้อยละ 5 ประมาณ 30 นาที

2. เอาขึ้น หั่นเนื้อกล้วยเป็นชิ้นบาง ๆ ตีป่น เติมแป้งสาลี น้ำตาลทรายขาว 

น้ำสะอาด โซเดียมเมตาไบซัลไฟท์ ผสมให้เป็นเนื้อเดียวกัน

3. ทำให้ร้อนประมาณ 70 องศาเซลเซียส เทเข้าเครื่อง Drum dryer

4. บรรจุแผ่นกรอบที่ได้ในภาชนะที่สะอาด แห้ง และปิดสนิท 

กล้วยตาก

ส่วนประกอบ   

กล้วยน้ำว้าสุก                   1000       กรัม
สารละลายโซเดียมเมตาไบซัลไฟท์ร้อยละ 0.1     1     ลิตร

กรรมวิธี         

1. ล้างน้ำ ปอกเปลือก แช่ในสารละลายโซเดียมเมตาไบซัลไฟท์ร้อยละ 0.1 

นาน 30 นาที

2. ตากในตู้อบลมร้อนไฟฟ้าที่อุณหภูมิ 70 องศาเซลเซียส นาน 3 ชั่วโมง 

หรือ ตากแดดนาน 2-3 วัน
3. ทับให้แบนจนผิวกล้วยตึง แล้วตากต่อไปจนแห้ง4. บรรจุในภาชนะ
สะอาด แห้ง และปิดฝาหมายเหตุ ถ้าจะให้มีรสหวานอาจชุบน้ำผึ้งก่อนตาก

กล้วยฉาบ

ส่วนประกอบ   

กล้วยน้ำว้าแก่จัดแต่ยังดิบ      1     หวี (15 ผล)

น้ำตาลทรายขาว  100  กรัม หรือประมาณ 8 ช้อนโต๊ะ

น้ำมันสำหรับทอด

น้ำเกลือเข้มข้นร้อยละ 2

กรรมวิธี         

1. ล้างกล้วย ปอกเปลือก ล้างน้ำเกลือ

2. หั่นบาง ๆ ตามยาวหรือตามขวางของผลกล้วย ล้างน้ำเกลืออีกครั้ง ผึ่งให้

แห้ง

3. ทอดในน้ำมันร้อนให้กรอบ

4. นำกล้วยน้ำว้ากรอบมาฉาบน้ำตาลทรายขาว

5. บรรจุในภาชนะสะอาด แห้ง และปิดสนิท 

กล้วยน้ำว้าอบเนย

ส่วนประกอบ   

กล้วยน้ำว้าแก่จัดแต่ยังดิบ    1     หวี (15 ผล)
เนย     30   กรัม  หรือประมาณ 2 ช้อนโต๊ะ
เกลือป่น    2     กรัม  หรือประมาณ ¾ ช้อนชาน้ำมันสำหรับทอด
กรรมวิธี         

1. เตรียมกล้วยเหมือนกล้วยฉาบทุกอย่าง

2. นำกล้วยทอดคลุกกับเนยและเกลือป่น อบในเตาอบที่อุณหภูมิ 250 องศา

เซลเซียส ประมาณ 5 นาที
3. บรรจุในภาชนะสะอาด แห้ง และปิดสนิท 

ข้าวเกรียบกล้วยน้ำว้า
ส่วนประกอบ   

เนื้อกล้วยน้ำว้าบด                  500  กรัม

แป้งมัน                               500  กรัม
เกลือ                                   10   กรัม

กรรมวิธี         

1. นำส่วนผสมทั้งหมดผสมกัน ยกขึ้นตั้งไฟคนให้แป้งดิบ ๆ สุก ๆ

2. นวดจนไม่ติดมือ และปั้นเป็นก้อนยาว ๆ ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 1 นิ้ว 

นึ่งประมาณ 30 นาทีผึ่งลมให้แห้งหมาด

3. หั่นชิ้นบาง ๆ ตากแดดให้แห้งสนิท
4. บรรจุในภาชนะสะอาด แห้ง และปิดสนิท 

กล้วยน้ำว้ากวน

ส่วนประกอบ   

กล้วยน้ำว้าสุกงอม            2     หวี  (30 ผล)
น้ำตาลปีบ                 1000       กรัม
มะพร้าว                   1000       กรัม

กรรมวิธี         

1. ล้างกล้วย ปอกเปลือก หั่นหรือยีกล้วยให้ละเอียด

2. คั้นกะทิ เอาเฉพาะแต่หัวกะทิ ให้ได้ 500 กรัม หรือประมาณ 2 ถ้วย

3. ผสมกะทิ น้ำตาล กล้วย คนให้เข้ากัน ตั้งไฟอ่อน ๆ กวนจนเหนียวแห้ง
4. ห่อกระดาษแก้วหรือบรรจุในภาชนะสะอาด แห้ง และปิดสนิท

วันอังคารที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2554

จอมบึงมาราธอนปีที่ 26

 วิ่งเพื่อสุขภาพ“กาย ใจ สังคม และจิตปัญญา”

งานวิ่งประเพณีจอมบึงมาราธอน ที่อำเภอจอมบึง จังหวัดราชบุรี จัดเป็นงานวิ่งที่เก่าแก่ลำดับต้น ๆ ของประเทศ จัดโดยมูลนิธิวิทยาลัยครูหมู่บ้านจอมบึง มหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง และสมาคมศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง เริ่มมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2528 และจัดเป็นงานประเพณีต่อเนื่องมาจนถึงปีที่ 26 ซึ่งจะได้ฤกษ์ในวันอาทิตย์ที่ 16 มกราคม 2554 เป็นวันที่นักวิ่งเพื่อสุขภาพทั่วประเทศทราบดีว่า วันอาทิตย์สัปดาห์ที่ 3 ของเดือนมกราคม คือวันนัดประลองฝีเท้ากันในงานวิ่งที่จอมบึง
                ในงานประเพณี สสส.จอมบึงมาราธอน ปีที่ 26 กิจกรรมหลักคือการวิ่งที่มีทั้งระยะเต็มมาราธอน (42.195 ก.ม.) ครึ่งมาราธอน (21.1 ก.ม.) มินิมาราธอน (9 ก.ม.) และมีการเดินวิ่งเพื่อสุขภาพ ระยะทาง 3 ก.ม. ผู้ชนะเลิศการวิ่งเต็มมาราธอนทุกกลุ่มอายุ จะได้รับถ้วยพระราชทานของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เป็นรางวัลเกียรติยศ
                ระหว่างวันที่ 14-16 มกราคม มีงานจอมบึงมาราธอนเอ๊กซโป เป็นการแสดงผลงานของชาวบ้านที่มีวิถีชีวิตพอเพียง การจำหน่ายผลิตภัณฑ์สุขภาพ เสื้อผ้า และรองเท้าออกกำลังกาย พร้อมกับการลงทะเบียนรับเบอร์ รับเสื้อ และแชมเปี้ยนชิพ
                วันศุกร์ที่ 14 มกราคม เวลา 09.00-12.00 น. มีการสาธิตการออกกำลังกายของเด็กอนุบาลกว่า 400 คน ในรายการ KID FUN RUN
                วันเสาร์ที่ 15 มกราคม เวลา 13.00-17.00 น. มีกิจกรรมจักรยานเพื่อสุขภาพ การขี่จักรยานรณรงค์จากกรุงเทพฯ ถึงจอมบึง ระยะทาง 130 ก.ม. การประกวดจักรยานแฟนซี การแสดงจักรยานโบราณ และการประกาศเจตนารมณ์ที่จะพัฒนาให้จอมบึงเป็นชุมชนที่ประชาชนใช้จักรยานในวิถีชีวิต
                ในโอกาสนี้นักวิ่งยังมาร่วมกันบริจาคเงินจัดซื้อข้าวสารเพื่อโครงการอาหารกลางวัน แก่นักเรียนที่ขาดแคลนทั่วประเทศอีกด้วย
                สนใจที่จะเข้าร่วมงานวิ่งประเพณี สสส.จอมบึงมาราธอน และกิจกรรมสุขภาพอื่น ๆ ติดต่อสอบถามข้อมูลที่มูลนิธิวิทยาลัยครูหมู่บ้านจอมบึง โทร 081-880-5612 / 084-674-3311 / 087-096-7264 และ สมาพันธ์ชมรมวิ่งเพื่อสุขภาพไทย 081-658-4704

วันศุกร์ที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2553

ตำนาน : จอมบึงมาราธอน - จอมบึงเสือภูเขา

ตำนาน : จอมบึงมาราธอน - จอมบึงเสือภูเขา
          จอมบึงมาราธอน เป็นงานวิ่งที่รู้จักและได้รับการยอมรับจากนักวิ่งเพื่อสุขภาพทั่วประเทศ ก่อกำเนิดขึ้นในปี พ.ศ. 2529 โดยอาจารย์ของวิทยาลัยครูหมู่บ้านจอมบึงกลุ่มหนึ่งที่มีความสนใจการวิ่งเพื่อสุขภาพ ครั้งนั้นมีผู้เข้าร่วมไม่ถึง 100 คน เก็บค่าสมัครคนละ 20 บาท เบอร์วิ่งทำขึ้นเองจากผ้าด้ายดิบ เขียนตัวเลขด้วยสีน้ำมัน ระยะทางวิ่ง 10 กม. จุดเริ่มต้นอยู่ที่ถ้ำเขาบิน และเส้นชัยอยู่ที่ถ้ำจอมพล จากวันนั้นงานวิ่งเล็ก ๆ ที่จอมบึง ก็ถูกจัดขึ้นเป็นประจำในช่วงสัปดาห์ที่ 3 ของเดือนมกราคม
งานวิ่งมาราธอนในระยะเริ่มแรก เป็นการจัดการแข่งขันวิ่งบนถนน ระยะทาง 10 กิโลเมตร ต่อมาในปี พ.ศ. 2532 เพิ่มระยะทาง 21.1 ก.ม. เข้าไปด้วย ชื่อการวิ่งจึงเปลี่ยนเป็น "จอมบึงครึ่งมาราธอน" ต่อมาในปี พ.ศ.2542 เป็นปีที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระชนมายุ 72 พรรษา คณะกรรมการจัดการแข่งขันจึงเพิ่มการวิ่งมาราธอน ระยะทาง 42.195 ก.ม. ขึ้นอีกระยะหนึ่ง ชื่องานจึงเปลี่ยนเป็น "จอมบึงมาราธอน" จนถึงปัจจุบัน
                ส่วนการจัดการแข่งขันจักรยานจอมบึงเสือภูเขานั้น มหาวิทยาลัยฯ เริ่มจัดการแข่งขันครั้งแรกในปี พ.ศ. 2537 ด้วยเจตนาที่จะนำจักรยานมาเป็นเครื่องมือ "ประหยัดพลังงาน ลดมลพิษ กายและจิตใจแจ่มใสสมบูรณ์" ในปีแรกมีนักจักรยานเข้าร่วมแข่งขัน 150 คัน และเพิ่มจำนวนมากขึ้นทุกปี สถิตินักจักรยานมากที่สุดอยู่ในปี พ.ศ. 2541 มีจำนวน 765 คัน ประเภทการแข่งขันจักรยานเสือภูเขาเป็นประเภท "ครอสคันทรี่ "

วันเสาร์ที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

จอมบึงเตรียมพร้อมต้อนรับอาคันตุกะนักวิ่ง


หลังจากประชุมเตรียมงานกันอย่างเข้มข้นหลายครั้ง ทั้งวงใหญ่ วงย่อย โดยเฉพาะคีแมนประชุมกันบ่อยเท่าที่มีโอกาส ต่อเนื่องกันมาตั้งแต่กลางปี และเข้มข้นขึ้นเรื่อย ๆ ช่วงเดือนกันยายน เมื่อแผนปฏิบัติงานและร่างคณะกรรมการฝ่ายต่าง ๆ ออกมาชัดเจน

ล่าสุดวันที่ 26 พ.ย.2553 ที่ผ่านมา  คณะกรรมการอำนวยการ นำโดย ผศ.ดร.โสภณ พวงสุวรรณ ผศ.จิรศักดิ์ เอี่ยมพงษ์ไพฑูรย์ อาจารย์ณรงค์ เทียมเมฆ ได้เชิญประชุมกรรมการ เทศบาล อบต และแกนนำหมู่บ้าน ในอำเภอจอมบึง ซึ่งมากันพร้อมหน้าพร้อมตา มากกว่า 70 คน
ที่ประชุมได้ชี้แจงกิจกรรมวันงาน ยึดตามแนวทางปีก่อน แต่รูปแบบกิจกรรมจักรยานจะเปลี่ยนไปเป็นการรณรงค์ “จอมบึงเมืองจักรยาน”  ไม่มีการแข่งขันเสือภูเขา  กิจกรรมจักรยานประกอบด้วย  การประกวดจักรยานแฟนซี  ของเด็กและเยาวชนในโรงเรียนต่าง ๆ และประชาชนทั่วไป  และขบวนรณรงค์ขี่จักรยาน
กิจกรรมเดินวิ่ง ได้แก่ มาราธอน 42.195 กม. ครึ่งมาราธอน 21.1 กม. มินิมาราธอน 9 กม. และเดินเพื่อสุขภาพ 3กม. นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมออกกำลังกายรูปแบบอื่น ๆ รวมทั้งการแสดงทางศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่นชาวอำเภอจอมบึงให้ชมกันด้วย มีนิทรรศการเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในฐานะทรงเป็นกษัตริย์นักกีฬา  สำหรับกิจกรรมรณรงค์ออกกำลังกาย จะมีขึ้นก่อนวันงาน โดยขอความร่วมมือชุมชนใกล้เคียงจัดเป็นสัปดาห์ “จอมบึงมาราธอน”
ส่วนการดำเนินการนำไปสู่การปฏิบัตินั้น ที่ประชุมได้ขอความร่วมมือโรงเรียน สถานศึกษา ชุมชน และหมู่บ้านใกล้เคียง ดังนี้
1.      รวบรวมสมาชิกชุมชน  เจ้าหน้าที่ พนักงานในหน่วยงาน นักเรียน นักศึกษาเข้าร่วมกิจกรรม
2.      ขอความร่วมมือชุมชนจัดเตรียมอาหารบริการนักวิ่ง และผู้เข้าร่วมกิจกรรม
3.      ตรียมการต้อนรับนักวิ่ง ร่วมเชียร์ บริการอาหาร น้ำดื่มตามจุดต่าง ๆ ใกล้บ้านตนเอง
4.      สำรวจที่พักรับรองนักวิ่ง ในลักษณะโฮมเสตย์ ในหมู่บ้านตนเอง
ซึ่งแกนนำชุมชน อบต. เทศบาล  ผู้แทนโรงเรียน สถานศึกษา ต่างยินดีให้ความร่วมมือและรับไปประสานในชุมชนของตนเอง และแจ้งรายละเอียดต่อที่ประชุมในการประชุมครั้งต่อไป

วันศุกร์ที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

จอมบึงมาราธอน 2554 เปิดรับสมัครแล้ว

จอมบึงมาราธอน 2554 ปีที่ 26 เปิดรับสมัครแล้ว  ขณะนี้มีเพื่อนนักวิ่งทยอยสมัครวิ่งจอมบึงมาราธอน ปีที่ 26 กันบ้างแล้ว งานจะมีขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 16 มกราคม 2554 ณ มหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง
โดยในวันอาทิตย์ที่ 21 พฤศจิกายน 2553   จะเปิดรับสมัครที่งานวิ่งกรุงเทพมาราธอน  ระหว่างเวลา 06.00 - 10.00 น.  ณ บริเวณวังสราญรมย์ 
            วันอาทิตย์ที่  28 พฤศจิกายน 2553 รับสมัครในงานวิ่ง โรงพยาบาลเวชธานี  กรุงเทพฯ
            วันเสาร์ที่  4  ธันวาคม  2553  รับสมัครที่งานวิ่งเฉลิมพระเกียรติพระเจ้าอยู่หัวในงาน พรรณไม้งามอร่ามสวนหลวง ร. 9 ที่สวนหลวง ร.9  กรุงเทพฯ
            วันอาทิตย์ที่  5  ธันวาคม  2553 รับสมัครในงานวิ่ง 5 ธันวามหาราช  ที่สวนลุมพินี  กรุงเทพฯ
            วันอาทิตย์ที่  12  ธันวาคม  2553 รับสมัครในงานวิ่งสู้เอดส์ กระทรวงสาธารณสุข  จ.นนทบุรี  และในงานวิ่งบุรฉัตรมินิมาราธอน อ.เมือง จ.ราชบุรี
            วันอาทิตย์ที่ 19 ธันวาคม 2553 รับสมัครในงานวิ่งเทิดพระเกียรติกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ที่ฐานทัพเรือกรุงเทพฯ
            วันเสาร์ที่ 25 ธันวาคม 2553 รับสมัครในงานวิ่งตามรอยสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช อ.โพธาราม จ.ราชบุรี
            วันอาทิตย์ที่ 26 ธันวาคม 2553  รับสมัครในงานวิ่ง เซ็นทรัล มินิมาราธอน  ที่เซ็นทรัลเวิร์ด กรุงเทพฯ   และงานวิ่ง อมตมินิมาราธอน  จังหวัดชลบุรี
            หรือ ติดต่อสมัครได้ที่
1.  สำนักงานโครงการ  สสส.จอมบึงมาราธอน สมาคมศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง 
.จอมบึง   .ราชบุรี  70150  โทรศัพท์/โทรสาร .  032 - 261812 / 087 – 0967264
2.  ผศ.จิรศักดิ์  เอี่ยมพงษ์ไพฑูรย์    081 – 8805612
          3.  อาจารย์ณรงค์   เทียมเมฆ  084-6743311 , 032-261760
4.  คุณอมรา   สังข์วงศ์  โทร. 02-2720142 / 081-6584704
5.  นายอนันต์   ชัยขรรค์   087 - 0967264